นายจ้างหรือสถานประกอบการ ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องมีการจัดเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยจะเริ่มหักเงินสมทบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับจากกองทุนสงเคราะห์
1. เป็นการส่งเสริมวินัยการออมเงินให้มีเงินสำรองฉุกเฉินไว้ใช้ยามเมื่อออกจากกงานหรือเสียชีวิต
2. บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกจ้างและครอบครัวกรณีลาออก ถูกเลิกจ้าง เกษียณ หรือเสียชีวิต
3. ประชาชนทุกคนมีหลักประกันทางสังคม ในยามที่ต้องเผชิญกับวิกฤตและสามารถพึ่งพาตนเองได้
อัตราการจ่ายเงินสมทบ
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2574 ลูกจ้างจะถูกหักเงินสมทบอัตรา 0.25% ของค่าจ้าง และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 0.25% รวมเป็นเงินสมทบเข้ากองทุน 0.5% ของค่าจ้าง/เดือน
วันที่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป(จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง) ลูกจ้างจะถูกหักเงินสมทบอัตรา 0.5% ของค่าจ้าง และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 0.5% รวมเป็นเงินสมทบเข้ากองทุน 1% ของค่าจ้าง/เดือน
การขอรับเงินคืนจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
ช่องทางออนไลน์ : ยื่นผ่าน ระบบ e-Service กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยเข้าสู่ระบบและเลือกเมนูการขอรับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
ยื่นด้วยตนเอง : กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
เงื่อนไขการขอรับเงินคืน : การลาออก, การถูกเลิกจ้าง, การเกษียณอายุ การเสียชีวิตเงินทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้แก่ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ที่ลูกจ้างระบุไว้