ในปัจจุบัน มิจฉาชีพไม่ได้ใช้เพียงข้อความปลอม หรือลิงก์หลอกลวงเท่านั้น แต่ยังอาศัย “จิตวิทยา” ในการควบคุมอารมณ์ของเหยื่อ ทำให้เกิดความกลัว ความโลภ หรือความรีบร้อน จนเผลอตัดสินใจโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ เมื่ออารมณ์เข้าครอบงำ การไตร่ตรองก็ลดลง เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทันที
วันนี้ MIS News ชวนมารู้จัก 5 อารมณ์ที่มิจฉาชีพมักนำมาใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อให้เรารู้ทัน และไม่ตกเป็นเหยื่อค่ะ!
5 อารมณ์ต้องระวัง: กับดักทางใจของมิจฉาชีพ
- ความกลัว: สร้างสถานการณ์ให้ตกใจ เช่น อ้างว่ามีคดี บัญชีมีปัญหา หรือกำลังจะถูกดำเนินคดี เพื่อให้เราลุกลี้ลุกลนและรีบทำตามคำสั่ง
- ความโลภ: เสนอรางวัล งานรายได้สูง หรือผลตอบแทนที่ดูดีเกินจริง เพื่อจูงใจให้เหยื่อโอนเงิน หรือร่วมลงทุน
- ความรัก: สร้างความสนิทสนม และไว้ใจ (Romance Scam) ก่อนนำเรื่องเงิน การลงทุน หรือเหตุจำเป็นมาใช้เป็นข้ออ้าง
- ความเห็นใจ: สร้างเรื่องดราม่าว่าตนเอง หรือคนใกล้ตัวกำลังเดือดร้อน มีเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้เหยื่อยอมโอนเงินช่วยเหลือ
- ความรีบร้อน: สร้างแรงกดดันด้วยการกำหนดเวลา เร่งให้โอนเงิน กดลิงก์ หรือขอข้อมูลสำคัญ โดยไม่ปล่อยให้เรามีเวลาตรวจสอบ
5 วิธีป้องกันตัวจากมิจฉาชีพ
- หยุดก่อนตัดสินใจ: หากถูกเร่ง ข่มขู่ หรือกดดัน อย่าเพิ่งทำตาม ให้หยุด และตั้งสติก่อนเสมอ
- ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัด: ติดต่อหน่วยงาน หรือบุคคลนั้นผ่าน “ช่องทางทางการ” ด้วยตนเองเพื่อเช็กข้อมูล
- ไม่โอนเงินเพราะคำพูด: อย่าใจอ่อนโอนเงินเพียงเพราะถูกอ้างว่าได้รับรางวัล มีเหตุฉุกเฉิน หรือได้ผลตอบแทนสูง
- ไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญ: ห้ามบอกรหัสผ่าน, OTP, เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลบัญชีแก่ผู้อื่นเด็ดขาด
- ไม่กดลิงก์ที่น่าสงสัย: หากได้รับข้อความ หรือสายที่ผิดปกติ ห้ามกดลิงก์ หรือดาวน์โหลดไฟล์ใดๆ
อย่าให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ‘หยุดคิดก่อนเชื่อ ตรวจสอบก่อนทำ รอบคอบก่อนโอน’ เพื่อปิดโอกาสไม่ให้มิจฉาชีพใช้ความรู้สึกมาเป็นเครื่องมือหลอกลวงเรา
ขอบคุณที่มาจาก : ตำรวจภูธรภาค 9