องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ World Meteorological Organization (WMO) เตือนว่า อุณหภูมิโลกมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงหลายปีข้างหน้า โดยได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกับปรากฏการณ์เอลนีโญ
ซึ่งอาจส่งผลให้หลายภูมิภาคทั่วโลกเผชิญกับคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และสภาพอากาศสุดขั้วที่รุนแรงขึ้น WMO ระบุว่า เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุก 2–7 ปี จากการที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกอุ่นกว่าปกติ ส่งผลต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก และอาจทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นอีกในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว
นักวิทยาศาสตร์ของ WMO ยังเตือนว่า ทุกเศษเสี้ยวของการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกมีความสำคัญ เพราะยิ่งโลกร้อนขึ้น ความเสี่ยงจากคลื่นความร้อน ฝนตกหนัก ภัยแล้ง ไฟป่า และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย สำหรับประเทศไทย ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเอลนีโญ ได้แก่
• อากาศร้อนจัดและคลื่นความร้อนบ่อยขึ้น
• ปริมาณฝนลดลงในบางช่วง
• ความเสี่ยงด้านภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ
• ผลกระทบต่อภาคการเกษตรและการจัดการทรัพยากรน้ำ
• ความผันผวนของสภาพอากาศที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและคุณภาพชีวิต แนวทางการเตรียมพร้อม
✅ ใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
✅ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น
✅ ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างสม่ำเสมอ
✅ ดูแลสุขภาพในช่วงอากาศร้อนจัด โดยดื่มน้ำให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
✅ วางแผนบริหารความเสี่ยงด้านน้ำและพลังงานในองค์กร การเตรียมพร้อมล่วงหน้า คือกุญแจสำคัญในการลดผลกระทบจากเอลนีโญและสภาพอากาศสุดขั้วที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ตามแนวทางที่ WMO เน้นย้ำเรื่องการเฝ้าระวังและการเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : World meteorological organization
All ADM News (ฉบับที่ 74/2569) เอลนีโญครั้งนี้อาจรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี ควรรับมืออย่างไร?
19 มิ.ย. 2026