ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญที่มิจฉาชีพต้องการ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล เลขบัตรประชาชน รวมถึง ข้อมูลทางการเงิน หากข้อมูลเหล่านี้รั่วไหล อาจถูกนำไปใช้แอบอ้างตัวตน หลอกลวง หรือเข้าถึงบัญชีออนไลน์ของคุณได้ หากสงสัยว่าข้อมูลส่วนบุคคลอาจรั่วไหล อย่าเพิ่งตื่นตระหนก แต่ควรดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ภัยไซเบอร์ในยุค AI กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ MIS News จึงได้รวบรวม 9 วิธีรับมือ เมื่อสงสัยว่าข้อมูลส่วนบุคคลถูกขโมย หรือรั่วไหล เพื่อให้ทุกคนสามารถปกป้องข้อมูลของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
1. เปลี่ยนรหัสผ่านทันที
เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีที่ได้รับผลกระทบ พร้อมตั้งรหัสผ่านใหม่ที่คาดเดาได้ยาก และไม่ใช้รหัสเดียวกันในหลายระบบ
2. เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนหลายชั้น (MFA)
เพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีด้วยการยืนยันตัวตนหลายชั้น (Multi-Factor Authentication) เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
3. ตรวจสอบประวัติการเข้าสู่ระบบ
ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เคยล็อกอิน ตำแหน่งที่เข้าใช้งาน และออกจากระบบในอุปกรณ์ที่ไม่รู้จักทันที
4. อัปเดตอุปกรณ์ และโปรแกรมให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
ติดตั้งอัปเดตระบบปฏิบัติการ แอปพลิเคชัน และโปรแกรมป้องกันไวรัสอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
5. เฝ้าระวังบัญชีธนาคาร และบัตรเครดิต
เปิดการแจ้งเตือนธุรกรรม และตรวจสอบรายการทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติให้รีบติดต่อสถาบันการเงินทันที
6. ระวังการติดต่อจากมิจฉาชีพ
อย่าหลงเชื่อข้อความ โทรศัพท์ หรืออีเมลที่อ้างว่าเป็นหน่วยงานต่างๆ และหลีกเลี่ยงการกดลิงก์ หรือดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
7. ตรวจสอบว่าข้อมูลของคุณถูกเปิดเผย หรือไม่
หากได้รับแจ้งว่ามีเหตุข้อมูลรั่วไหล ควรตรวจสอบว่าบัญชี หรืออีเมลของคุณได้รับผลกระทบ และดำเนินการเปลี่ยนข้อมูลสำคัญทันที
8. แจ้งเหตุให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หากสงสัยว่าถูกหลอกลวง หรือข้อมูลถูกนำไปใช้โดยมิชอบ ให้แจ้งธนาคาร ผู้ให้บริการ รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดยเร็วที่สุด
9. แชร์ความรู้ เพื่อหยุดภัยไซเบอร์
การบอกต่อวิธีป้องกันให้คนรอบตัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี จะช่วยลดโอกาสการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้
“ข้อมูลที่รั่วไหลอาจเรียกคืนไม่ได้ แต่เราสามารถลดความเสียหายได้ด้วยการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ตรวจสอบบัญชีอย่างสม่ำเสมอ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จำเป็น
Think Before You Share
ก่อนแชร์ข้อมูลส่วนตัวทุกครั้ง ลองถามตัวเองว่า “ข้อมูลนี้จำเป็นต้องให้จริง หรือไม่?” เพราะการป้องกันที่ดีที่สุด คือการไม่เปิดเผยข้อมูลเกินความจำเป็น
ขอบคุณที่มาจาก : NCSA Thailand