การประหยัดพลังงานในสถานที่ทำงาน มิได้เป็นเพียงการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานขององค์กรเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนอีกด้วย ทั้งนี้ สามารถดำเนินการได้ผ่านแนวทางที่ปฏิบัติได้จริงและให้ผลลัพธ์อย่างชัดเจน ดังนี้
1. ระบบปรับอากาศ (แหล่งใช้พลังงานหลัก) กำหนดอุณหภูมิที่เหมาะสม: ควรตั้งอุณหภูมิให้อยู่ในช่วง 25–26 องศาเซลเซียส และใช้พัดลมช่วยในการกระจายความเย็นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
บำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ: ควรทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกเดือน และล้างเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยทุก 6 เดือน เพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและใช้พลังงานน้อยลง
ปิดเครื่องล่วงหน้า: ควรปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเลิกงานประมาณ 15–30 นาที โดยอาศัยความเย็นที่ยังคงเหลืออยู่ภายในห้อง
2. ระบบแสงสว่าง เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED: การเปลี่ยนจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็นหลอด LED สามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 50% และลดการเกิดความร้อน
ใช้แสงธรรมชาติ: เปิดม่านในบริเวณที่ไม่มีแสงแดดส่องโดยตรง เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน
จัดโซนการใช้งานแสงสว่าง: ควรแบ่งสวิตช์ไฟตามพื้นที่การใช้งาน และปิดไฟในพื้นที่ที่ไม่มีผู้ใช้งาน เช่น ห้องประชุมหรือมุมพักผ่อน
3. อุปกรณ์สำนักงานและคอมพิวเตอร์ ตั้งค่าโหมดพักเครื่อง (Sleep Mode): ควรตั้งค่าให้คอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมดพักเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งานเกิน 5–10 นาที
ตัดไฟเมื่อเลิกใช้งาน: อุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิดยังคงใช้พลังงานแม้ปิดสวิตช์ (Standby Power) จึงควรถอดปลั๊กหรือใช้รางปลั๊กที่มีสวิตช์ควบคุม
ใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสม: ควรจัดวางตู้เย็นให้มีระยะห่างจากผนังเพื่อการระบายความร้อนที่ดี และหลีกเลี่ยงการเสียบกระติกน้ำร้อนทิ้งไว้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็น
4. การจัดการเอกสาร ลดการใช้กระดาษ (Paperless): การลดการพิมพ์เอกสารช่วยลดการใช้พลังงานของเครื่องพิมพ์ ซึ่งมีการใช้พลังงานสูงในระหว่างการทำงาน
ตรวจสอบก่อนพิมพ์: ควรตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารบนหน้าจอก่อนสั่งพิมพ์ เพื่อลดความผิดพลาดและการพิมพ์ซ้ำ
5. การสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านการประหยัดพลังงาน