ในปัจจุบัน อีเมลหลอกลวง (Phishing Email) ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ผู้ไม่หวังดีใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวงผู้ใช้งานให้หลงเชื่อเปิดอ่าน ตอบกลับ หรือกดลิงก์ภายในอีเมล เพื่อโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลสำคัญขององค์กร บางกรณีอีเมลอาจแนบลิงก์ไปยังเว็บไซต์ปลอม หรือมีไฟล์แนบที่แฝงมัลแวร์ ซึ่งอาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ติดไวรัสหรือถูกเข้ารหัสข้อมูลโดยไม่รู้ตัว
จากงานวิจัยของ Trend Micro ระบุว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์มากกว่า 90% เริ่มต้นและแพร่กระจายผ่านทางอีเมล ดังนั้น เมื่อเราได้รับอีเมลหนึ่งฉบับ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าอีเมลดังกล่าวไม่เป็นอันตราย หรือเป็นอีเมลหลอกลวงจากผู้ไม่หวังดี บทความนี้จึงขอแนะนำวิธีตรวจสอบอีเมลที่เป็นอันตรายเบื้องต้น ดังนี้
1. ตรวจสอบผู้ส่งอีเมลให้ละเอียด
หากได้รับอีเมลจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก หรือเป็นข้อมูลที่ไม่ได้ร้องขอ ควรหลีกเลี่ยงการเปิดอ่านหรือคลิกลิงก์ทันที เพราะอาจเป็นอีเมลจากผู้ไม่หวังดี
แม้จะเป็นชื่อผู้ส่งที่คุ้นเคย ก็ควรตรวจสอบที่อยู่อีเมล (Email Address) อย่างละเอียดทุกครั้ง เนื่องจากอีเมลหลอกลวงมักใช้ชื่อหรือโดเมนที่สะกดใกล้เคียงกับของจริง เช่น เปลี่ยนตัวอักษรเพียง 1 ตัว เพื่อให้ผู้รับเข้าใจผิด
2. ไม่ตอบกลับหรือให้ข้อมูลสำคัญผ่านทางอีเมล
รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อย คือ การขอให้กรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน เช่น
รายละเอียดบัญชีธนาคาร
ชื่อผู้ใช้งาน (Username)
รหัสผ่าน (Password)
รหัส OTP
โดยทั่วไป ผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือจะไม่มีนโยบายขอข้อมูลสำคัญผ่านทางอีเมล หากได้รับอีเมลลักษณะดังกล่าว ไม่ควรตอบกลับ และควรติดต่อสอบถามผู้ให้บริการผ่านช่องทางทางการโดยตรง
3. ตรวจสอบลิงก์ก่อนคลิกทุกครั้ง
หากในอีเมลมีลิงก์แนบมา ควรตรวจสอบ URL อย่างรอบคอบก่อนคลิก โดยสามารถนำเมาส์ไปวางเหนือข้อความลิงก์เพื่อดูปลายทางที่แท้จริง
เมื่อเข้าสู่เว็บไซต์แล้ว ให้ตรวจสอบแถบที่อยู่ (Address Bar) บนเว็บเบราว์เซอร์อีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเป็นโดเมนที่ถูกต้อง และสังเกตว่ามีสัญลักษณ์กุญแจ (HTTPS) แสดงถึงการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย
ควรระวังเว็บไซต์ที่สะกดชื่อคล้ายของจริง เช่น การสลับตัวอักษร หรือเพิ่มตัวอักษรพิเศษ
4. ตรวจสอบไฟล์แนบก่อนเปิดใช้งาน
อีเมลบางฉบับอาจแนบไฟล์เอกสารที่แฝงมัลแวร์ (Malware) หรือแรนซัมแวร์ (Ransomware) ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลในเครื่องถูกเข้ารหัสหรือถูกขโมยได้
ก่อนเปิดไฟล์แนบ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า:
ผู้ส่งมีความน่าเชื่อถือ
เครื่องคอมพิวเตอร์ติดตั้งโปรแกรมป้องกันมัลแวร์ (Anti-malware)
ทำการสแกนไฟล์ก่อนเปิดใช้งาน
ตรวจสอบนามสกุลไฟล์ เช่น .exe, .zip, .js ซึ่งอาจเป็นไฟล์ที่มีความเสี่ยง
5. สังเกตข้อความที่สร้างความเร่งด่วนหรือกดดัน
อีเมลหลอกลวงมักใช้ข้อความที่สร้างความตื่นตระหนก เช่น
“ด่วนที่สุด”
“บัญชีของคุณจะถูกระงับภายใน 24 ชั่วโมง”
“กรุณาดำเนินการทันที มิฉะนั้นจะถูกยกเลิกสิทธิ์”
นอกจากนี้ อาจมีคำสะกดผิด ไวยากรณ์ผิด หรือรูปแบบภาษาไม่เป็นทางการ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ควรระมัดระวัง
ขอบคุณที่มาจาก : Trend Micro